Google คุมเข้ม นโยบาย Site Reputation Abuse ปรับใหม่ เข้าใจง่ายกว่าเดิม

Google คุมเข้ม นโยบาย Site Reputation Abuse ปรับใหม่ เข้าใจง่ายกว่าเดิม
SEO

Google อัปเดต นโยบายการละเมิดชื่อเสียงเว็บไซต์ (Site Reputation Abuse Policy) พร้อมแนวทางที่ชัดเจนขึ้น เพื่อป้องกันเว็บที่ใช้ทางลัดปั่นอันดับโดยอาศัยชื่อเสียงของเว็บไซต์ใหญ่

ถึงแม้ว่า กฎหลักจะไม่เปลี่ยน แต่ Google ได้เพิ่มคำอธิบายจาก FAQ ล่าสุด เพื่อให้เจ้าของเว็บไซต์เข้าใจง่ายขึ้น และหลีกเลี่ยงการทำผิดโดยไม่รู้ตัว

ถ้าคุณมีเนื้อหาบุคคลที่สามในเว็บของคุณ ต้องอ่าน! เพราะอาจมีผลต่ออันดับการค้นหาในอนาคต

Site Reputation Abuse ปรับใหม่

📌 มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง?

เอกสารที่อัปเดตล่าสุดประกอบด้วยเนื้อหาที่ดึงมาจากบล็อกโพสต์ของ Google ในเดือนพฤศจิกายน

Google ชี้แจงในคำชี้แจงว่า:

  • Google ได้เพิ่มข้อมูลจากโพสต์บล็อกเดือนพฤศจิกายนเกี่ยวกับ นโยบายการละเมิดชื่อเสียงเว็บไซต์ เข้าไปในเอกสารอย่างเป็นทางการ
  • มีการรวม Q&A เพื่ออธิบายข้อกำหนดให้เข้าใจง่ายขึ้น
  • Google ยืนยันว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย แต่เป็นเพียงการแก้ไขข้อความให้ชัดเจนขึ้นเท่านั้น

ซึ่งหมายความว่านโยบายดังกล่าวไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพียงแค่เขียนใหม่เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นเท่านั้น

❓ การละเมิดชื่อเสียงเว็บไซต์คืออะไร?

Site Reputation Abuse หรือ การละเมิดชื่อเสียงเว็บไซต์ คือการที่เว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง เปิดให้บุคคลที่สามนำเนื้อหาของตนไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ เพื่อหวังผลประโยชน์จากอันดับการค้นหาบน Google โดยที่เนื้อหานั้น ไม่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์หลัก หรือเป็นเนื้อหาคุณภาพต่ำ

พูดง่ายๆ ก็คือ เว็บไซต์ที่มีอันดับดีใน Google ถูกใช้เป็นทางลัด ให้กับบุคคลอื่นที่ต้องการให้เนื้อหาของเว็บไซต์ติดอันดับสูง โดยไม่ต้องสร้างอันดับด้วยตัวเอง

ตัวอย่างที่เข้าข่ายการละเมิด

  • เว็บไซต์ข่าว โพสต์หน้าคูปองจากบุคคลที่สาม ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับข่าวหรือเนื้อหาหลักของเว็บไซต์ เพียงเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากอันดับที่ดีของเว็บไซต์ข่าวนั้น
  • เว็บไซต์การศึกษา เผยแพร่บทความรีวิวสินค้าสปอนเซอร์เกี่ยวกับ สินเชื่อเงินด่วน ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการศึกษา
  • เว็บไซต์รีวิวภาพยนตร์ เผยแพร่เนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น บริการเขียนเรียงความหรือการซื้อผู้ติดตามโซเชียลมีเดีย ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์

แล้วเนื้อหาบุคคลที่สามทั้งหมดถือว่าผิดหรือไม่?

ไม่ผิดทั้งหมด! Google ไม่ได้ห้าม เว็บไซต์จากการเผยแพร่เนื้อหาของบุคคลที่สาม หากที่เนื้อหานั้นมีคุณภาพและเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์และไม่ได้ทำเพื่อปั่นอันดับ SEO

ตัวอย่างเนื้อหาบุคคลที่สามที่ไม่ผิดกฎ

  • ฟอรั่ม หรือเว็บบอร์ดที่เปิดให้ผู้ใช้โพสต์เนื้อหาเอง (เช่น Pantip, Reddit)
  • บทความที่สร้างโดยผู้ใช้ (User-Generated Content: UGC) เช่น บทความที่สมาชิกเว็บไซต์เขียนขึ้น
  • ข่าวสารที่เผยแพร่ซ้ำจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ (Syndicated News Articles)
  • บทความที่เป็นเนื้อหาบรรณาธิการ (Editorial Content) ซึ่งมีคุณภาพและไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อปั่น SEO
third party site

🚨 ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ?

  • การอัปเดตนี้ช่วยให้เว็บไซต์สามารถตรวจสอบได้ง่ายขึ้นว่าเนื้อหาของตนขัดต่อนโยบายหรือไม่
  • FAQ ล่าสุดของ Google ช่วยชี้แจงประเด็นที่พบบ่อย เช่น:
    ✔️ เนื้อหาบุคคลที่สาม ไม่ได้ละเมิด หากไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อโกงอันดับ
    ✔️ คอนเทนต์ฟรีแลนซ์และหน้า Affiliate ไม่ถือว่าผิด หากไม่ได้ใช้เพื่อปั่นอันดับ
    ✔️ ลิงก์ Affiliate ต้องติดแท็ก (เช่น nofollow หรือ sponsored) เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางของ Google

หากพบว่ามีการละเมิด คุณสามารถแก้ไขได้โดย:

  • ลบหรือย้ายเนื้อหาที่มีปัญหา
  • ส่งคำร้องขอพิจารณาใหม่ผ่าน Search Console
  • ปฏิบัติตามแนวทางด้านสแปมของ Google

อย่าลืมตรวจสอบการสร้างเนื้อหาของคุณ!

หากเว็บไซต์ของคุณมีเนื้อหาบุคคลที่สาม ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหานั้นมีคุณภาพ สร้างประโยชน์แก่ผู้อ่าน และเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของคุณจริงๆ ไม่ใช่แค่สร้างเนื้อหาขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์จากอันดับของเว็บไซต์

นโยบายของ Google มีการอัปเดตอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้เว็บไซต์ของคุณเสี่ยงต่อการถูกลงโทษ! ติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ SEO และแนวทางของ Google เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างมั่นคง และไม่พลาดทุกโอกาสในการทำอันดับบน Google

By admin